บทความน่ารู้

1. พิมพ์สติ๊กเกอร์ใสเงา ควรเลือกใช้สีโทนไหนได้บ้าง ถึงจะมองเห็นตัวอักษร?

ลูกค้าที่ต้องการจะพิมพ์สติ๊กเกอร์เนื้อวัสุดแบบใส วันนี้เราจะมาแนะนำโทนสีที่จะเหมาะกับการนำไปใช้ออกแบบครับ

สีโทนแรกเลย คงจะหนีไม่พ้น สีโทนทึบๆ เข้ม ๆ (เช่น สีดำเข้ม สีแดงเข้ม ) เป็นต้น รองลงมาก็คงจะเป็นสีสดใส แต่ต้องใช้ปรับโทนเข้มๆ

ทั้งนี้ การจะใช้สีสัน ควรดูสีของบรรจุภัณฑ์ด้วยนะครับเช่น สีบรรจุภัณฑ์เป็นสีขาว ก็คงใช้สีสันสดใสเข้มๆ ได้ เพราะถ้าติดไปแล้วจะทำ

มองเห็นครับ ส่วนสีอ่อนๆ ก็พอได้ แต่คงจะอ่านไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ส่วนถ้าใช้แบบบรรจุภัณฑ์แบบใส หรือแบบกระปุกครีมแบบใส

แนะนำให้เล่นลวดลายกราฟฟิคผสมกับตัวอักษร แต่ควรใช้สีโทนทึบเข้มๆ เท่านั้นนะครับ เพราะจะทำให้มองเห็นชัดเจนครับ

2. งานพิมพ์สติ๊กเกอร์ติดสินค้า ที่เน้นรูปทรงไดคัทตามรูปทรงแบบ

จากที่ได้พูดคุยกับลูกค้าหลายๆ ท่าน ปรึกษาเกี่ยวกับรูปทรงไดคัท (แบบพิเศษ) ก่อนอื่นคงต้องอธิบายถึงรูปทรงไดคัท แบบพิเศษนี้กันก่อน

นะครับ ถ้าจะให้มองเห็นภาพเลย ให้ลองนึกถึงรูปภาพผลไม้ ขอยกตัวอย่าง ภาพผลแอปเปิ้ล (1 ผล) แล้วกันครับ ถ้าต้องการจะไดคัทรูปทรง

ของผลแอปเปิ้ล แต่จะไม่ได้ไดคัทรูปทรงทั้งหมด อาจจะไดคัทส่วนบน หรือด้านข้าง เท่านั้น (เพื่อสร้างความแตกต่าง) หรือความน่าสนใจ

ในงานออกแบบสติ๊กเกอร์ ซึ่งหากนำไปติดบนบรรจุภัณฑ์ก็ทำให้ดูน่าซื้อ หรือเป็นส่วนเสริมความน่าจดจำได้ด้วยครับ

การไดคัทรูปทรง (พิเศษ) จะนิยมสั่งทำในผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือความสวยความงานเป็นส่วนใหญ่ เพื่อเป็นการสร้างบุคลิกของตัวสินค้า

ไปในตัวด้วยครับ แต่อาจจะเพิ่มต้นทุนสักหน่อย เพราะเวลาจะไดคัทรูปทรงแบบนี้ อาจจะต้องใช้พื้นที่มากขึ้นกว่าไดคัทแบบเหลี่ยมธรรมดาครับ

อธิบายความหมายคำว่า "ไดคัท" : คือ การตัดรูปทรงแบบต่าง ในความหมายของการสั่งพิมพ์ เช่น เหลี่ยม กลม ทรงรี มน หรืออื่น

 

3. การเลือก ขนาดงานพิมพ์สติ๊กเกอร์ไดคัท จำเป็นไหม แล้วมีผลต่อต้นทุนได้อย่างไรบ้าง?

วันนี้เรามีคำแนะนำ สำหรับการเลือก ขนาดสติ๊กเกอร์ เพื่อให้ดูเหมาะสมกับการนำไปติดบนบรรจุภัณฑ์ครับ

จริงๆ แล้ว การติดสติ๊กเกอร์ ก็เป็นงานศิลป์เหมือนกันนะครับ เพราะการติดจะนำไปติดเอียง ติดแบบตรง หรือ

ติดแนวอื่นๆ ก็สร้างสร้างความเก๋ไก๋ หรือน่าดึงดูดใจเหมือนกัน แต่จุดประสงค์หลักๆ ก็น่าจะเพื่อแจ้งชื่อสินค้า ส่วนประกอบ

หรือข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นต้องบอก หรือให้รายละเอียดแก่ผู้ซื้อ โดยอาจจะเคยเห็นมาบ้างแล้วว่า ขนาดสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่

บนบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็จะมีขนาดแตกต่าง ๆ กันไป เป็นเพราะต้องการให้ติดแล้วดูสวยงาม หรือพื้นที่สำหรับใส่ข้อมูล

มีมากน้อยต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญที่จะแนะก็คือ ควรจะให้มีขนาดที่จะต้องดูเหมาะสมกับรูปแบบบรรจุภัณฑ์จะดีกว่านะครับ

เพราะจะทำให้ดูสมดุล และเหมาะสม จะช่วยทำให้สินค้าดูมีมูลค่ามากยิ่งขึ้นครับ

 

4. หลากหลายเหตุผลที่ต้อง พิมพ์สติ๊กเกอร์ติดฉลากสินค้าของตัวเอง ?

วันนี้ เราจะมาบอกเหตุผลที่ได้จากหลากหลายคำตอบจากลูกค้าทางร้านฯ ว่าทำไมต้อง ติด Sticker สินค้า?

ส่วนใหญ่เลย คงหนึไม่พ้นเหตุผลหลักๆ  คือ เรื่องการสร้าง Brand เป็นหลัก ซึ่งให้เหตุผลคล้่ายๆ กันว่า

อยากสร้าง Brand เป็นของตัวเอง (เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการเริ่มธุรกิจใหม่ๆ) จึงอยากจะสร้าง Brand

ไปพร้อมๆ กับธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ส่วนเหตุผลที่รองลงมา ก็ต้องการบอกรายละเอียดสินค้า หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ชื่อสินค้า ส่วนประกอบ

และเบอร์โทรติดต่อ เพื่อผลนำกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้งในอนาคต และเหตุผลอื่นๆ ก็จะมีติดไว้เพื่อสร้างมูลค่าสินค้า,

ติดเพื่อให้ดูสินค้ามีราคาขึ้น ดูน่ารักขึ้น, ติดเพื่อแจ้งราคาเท่านั้น, ติดเพื่อบอกรสชาติ ฯลฯ

ในที่สุดแล้วไม่ว่าจะมีเหตุผลในการใช้งานแล้ว การติดสติ๊กเกอร์จะเป็นการบอกความน่าเชื่อถือของสินค้านั้นๆ

ได้เป็นอย่างดี มีแหล่งผลิต มีชื่อสินค้า ส่วนประกอบ เบอร์ติดต่อ ก็ทำให้สินค้าน่าซื้อได้เป็นอย่างดีครับ

 

5. การวัดขนาดขวด กระปุก (บรรจุภัณฑ์สินค้า) เพื่อทำสติ๊กเกอร์ติด วัดแบบไหนอย่างไร

ตามที่ได้สอบถามกันมาอย่างต่อเนื่องว่า วิธีการวัดขนาดสติ๊กเกอร์ (ของลักษณะ ขวด และกระปุก ครีม)

วัดแบบไหน วันนี้...ทีมงาน จะมาแนะนำวิธีการวัดขนาดที่ง่ายๆ กันครับ

 

1. เริ่มต้น ก็หากระดาษที่ไม่ได้ใช้ หรือ วัสุดพื้นผิวเรียบ บาง นะครับ (เน้นนะครับ ว่าต้องบาง)

2. จากนั้น ตัดกระดาษให้พอเหมาะ (หากต้องการพันแบบรอบขวด ก็ใช้กระดาษพันแบบรอบขวดเลย)

    โดยดูว่าต้องการปลายสติ๊กเกอร์ทับกัน หรือชนกัน แบบไหนเหมาะกว่า (ตามชอบ)

3. จากนั้นก็ใช้ ดินสอ หรือปากกา แต้มจุดนั้นไว้ (โดยวัดความกว้าง และความสูงพร้อมๆ กัน)

4. ขั้นตอนสุดท้าย ก็นำไม้บรรทัดวัดขนาด (ที่ได้แต้มปากกาไว้ ) จากนั้นก็ตัดกระดาษตามขนาด

    แล้วนำไปแปะทาบ หรือใช้เทปใสแปะดูก็ได้ครับว่า ขนาดเหมาะสมตามที่ต้องการแล้วหรือยัง

5. ส่วนถ้าต้องการใช้แบบพิมพ์ 2 ด้าน (คือ ด้านหน้า ใส่ชื่อสินค้า) และ (ด้านหลัง ใส่สรรพคุณ ปริมาตร)

    ก็ใช้วิธีการวัดเช่นกันเดียวกับพันรอบขวดครับ

 

6. การตั้งชื่อ Logo Brand (โลโก้สินค้า) สำคัญแค่ไหน?

การตั้งชื่อ Logo สินค้า นั้น หากจะให้บอกว่าสำคัญไหม สำหรับเราคิดว่า สำคัญมากๆ ครับ

เพราะชื่อสินค้า ควรจะมีความเป็นเอกลักษณ์ และมีตัวตนเพื่อบ่งบอกถึงภาพลักษณ์สินค้าเช่น สินค้าประเภทเครื่องสำอางค์ ชื่อ  Le'dies ก็จะบอกถึงความเป็นสินค้าสำหรับผู้หญิง

โดยเฉพาะ บอกถึงตัวตนในสินค้า และสไตล์ของสินค้า เช่น แนวคลาสิค หรูหรา หรือแนวหวาน

และก็จะมีผลกับราคาสินค้าด้วยนะครับ และยังส่งผลต่อภาพลักษณ์สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้ายหมาย

ด้วยเช่นกัน นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีผลต่อองค์ประกอบอื่นๆ อีกด้วยนะครับ

ทั้งนี้ การตั้งชื่อยังใช้หลักโหราศาสตร์ มาช่วยกำหนดชื่อด้วยเช่นกันครับ

 

7. ฉลากสินค้า กับ สติ๊กเกอร์สินค้า เหมือนกันหรือ ต่างกันอย่างไร?

จากหลายร้านค้า ที่ได้สอบถามเกี่ยวกับการสั่งออกแบบ หรือสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในวันนี้ จะขออธิบายถึงลักษณะแบบไหนที่จะเรียกว่า สติ๊กเกอร์ และฉลากสินค้า

สติ๊กเกอร์สินค้า : จะเน้นข้อความแค่ ชื่อสินค้า/Brand สินค้า เบอร์โทร หรืออาจจะมี บอกชื่อรส/ชนิด เพิ่มอีกสักนิด

เพราะเนื่องจากขนาดสติ๊กเกอร์ที่ใช้ จะมีขนาดไม่เกิน 5 ซม. เน้นข้อมูลน้อย ก็ทำสติ๊กเกอร์จะดีกว่าครับ

 

ฉลากสินค้า : เน้นข้อมูลเยอะๆ ซึ่งส่วนใหญ่ จะออกแบบ หน้า-หลัง แยกกัน จะเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องการใส่รายละเอียดค่อนข้างเยอะ

เช่น ส่วนประกอบ/ อย. เป็นต้น ที่ได้รับความนิยม ก็คือ เครื่องสำอางค์ อาหารญี่ปุ่น ซึ่งจำเป็นต้องบอกให้ละเอียด และถูกต้องวันนี้มาแนะนำคร่าวๆ เพื่อจะได้ทำความเข้าใจที่ตรงกันครับ

 

8. ทำไมต้องมี LOGO สินค้า ?

ทำไมต้องมี LOGO แล้ว มีประโยชน์ในธุรกิจของเราได้อย่างไร?  

ถ้าจะให้กล่าวถึงว่าประโยชน์คงจะคลอบคลุมทุกๆ ด้านของธุรกิจเลยทีเดียว

เพราะว่า LOGO เป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของธุรกิจท่านยังไงละครับ

 

LOGO เป็นการสร้างภาพลักษณ์ และความน่าจดจำให้คนเห็นธุรกิจเราได้ทั่วๆ ไป

ว่าสัญลักษณ์ LOGO แบบนี้ คือตัวแทนของธุรกิจคุณนั่นเอง และยังสามารถต่อยอด

ทางธุรกิจได้อีกด้วย แต่ถึงอย่างไร การจะสร้าง LOGO ให้คนยอมรับนับเป็นเรื่องที่ท้าทาย

โดยเฉพาะจำกัดเรื่องการลงทุน แต่เราก็เชื่อว่าบางครั้งการสร้าง LOGO ให้คนจดจำนั้น

มีหลากหลายวิธี ซึ่งคงอาจจะมีวิธีใดวิธีหนึ่ง ยังไงก็ขอให้ประสบความสำเร็จทุกๆ ธุรกิจนะครับ

 

9. รูปทรง ของสติ๊กเกอร์ สำหรับพิมพ์ มีผลต่อข้อมูลไหม? 

ถ้าจะพูดถึงเรื่อง รูปทรงของสติ๊กเกอร์กับการใส่ข้อมูลในงานแบบนั้น มีผลอย่างแน่นอน เพราะสติ๊กเกอร์ ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ที่ต้องการ

ไม่ใหญ่มาก หากจำเป็นต้องใส่ข้อมูลค่อนข้างเยอะ จะนิยมใช้รูปแบบ แบบเหลี่ยม เพราะจะได้ใช้พื้นที่แบบเต็มๆ โดยไม่เสียพื้นเปล่าเหมือนรูปทรงอื่นๆ อย่างแน่นอน  ส่วนรูปทรงที่นิยมสุดๆ ก็คงเป็น ทรงกลม/ทรงรี เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะเครื่องสำอางค์จะมีรูปทรงที่เหมาะกับการใช้รูปแบบทรงกลม และทรงรีอย่างมาก ทำให้ได้รับความนิยมมากที่สุดครับแต่ทั้งนี้ ถ้าอยากไ้ด้รูปแบบอื่นๆ  ก็ออกแบบดีไซน์ให้ดูเก๋ ก็ดูสวยงาม แล้ว

 

10. อยากได้ Logo เป็นของตัวเอง ทำไง?

ไม่ต้องกังวล ถ้ามีสินค้าแล้ว แต่ยังไม่มี Logo ของตัวเองเลย แค่บอก Concept ในใจที่อยากได้ ทีมงานจะสร้างสรรค์ออกมาให้ท่านเอง

ง่ายๆ รอไม่นานก็ได้รับชิ้นงาน Logo แล้ว

 

11. การเลือกใช้...วัสดุงานพิมพ์สติ๊กเกอร์?

หากจะกล่าวถึง การเลือกใช้วัสดุงานพิมพ์สติ๊กเกอร์สินค้า เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญไม่ใช่น้อยเลยนะครับ

เพราะเป็นปัจจัยสำหรับการนำไปใช้ วันนี้จะมาแนะนำคร่าวๆ ละกันนะครับ:-

สติ๊กเกอร์สินค้าทั่วๆ ไป นั้นมักจจะใช้เป็นสติ๊กเกอร์กระดาษ (วัสดุเป็นกระดาษ), สติ๊กเกอร์ PVC (วัสดุเป็นพลาสติก)

ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการนำไปใช้ หากสินค้าไม่โดนน้ำ ก็จะใช้เป็นเนื้อกระดาษก็ได้ แต่หากสินค้าชนิดไหนที่จำเป็นต้องแช่เย็น

หรือต้องโดนน้ำ จะใช้เป็นสติ๊กเกอร์ PVC แทนกระดาษ เพราะคุณสมบัติจะทนน้ำ ทนแดด และไม่หลุดลอกออกเวลาโดนน้ำ

ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ วัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้ มีราคาที่ต่างกัน แต่ประโยชน์ที่ได้รับก็ต่างไปเช่นกันครับ

 

12. สติ๊กเกอร์สินค้า (Sticker) ดีอย่างไร

พูดถึงเรื่องการใช้งานสติ๊กเกอร์สินค้าใช้ทำไม ...และทำไมต้องใช้..คำตอบอยู่ด้านล่างเลย ข้อดีของสติ๊กเกอร์สินค้า ก็ถือเป็นการทำตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากที่สุด ลูกค้าได้ชิม ได้สัมผัสกับสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ของเราโดยตรง หากติดใจ หรือสงสัยในตัวสินค้า ก็จะเห็นชื่อร้าน เบอร์โทรได้ทันทีไม่ต้องโทรสอบถามใครให้ยุ่งยาก แค่นี้ก็ได้ใจลูกค้าแล้วครับ แต่ถ้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรจะใส่ชื่อโลโก้สินค้าหรือชื่อร้านค้า เืพื่อสร้างความจดจำของเรา เพื่อเป็นการบอกต่อ (การตลาดอีกวิธีที่น่าสนใจ) และแนะนำลูกค้าใหม่ๆมาให้ที่ร้านด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมร้านไหนก็สั่งทำสติ๊กเกอร์....จริงไหมล่ะ  

 

13. อยากซื้อแบบของ www.49baht.com ต้องทำอย่างไร?

ลูกค้า/ธุรกิจ ที่ต้องการซื้อแบบดีไซน์ของเว็บ 49baht.com

มีขั้นตอนง่าย ครับ

1. เลือก Code No. ของแบบดีไซน์ และส่งข้อมูลตอบกลับผ่าน E-mail contact us

2. ทางทีมงาน จะตอบกลับรายละเีอียดผ่านในเมลล์ของท่านอีกครั้ง

3. แจ้งยืนยันยอดเงิน

4. รอรับแบบดีไซน์ได้เลย

เพิ่มเติม : หากจะให้แก้ไขแบบ ส่งข้อมูลมาพร้อมกับ Code No. ได้เลยครับง่ายไหมครับ เพราะเราคือ ศูนย์รวมป้ายสินค้า สติ๊กเกอร์สินค้า

โลโก้สินค้า ครับ

 

14. ขนาดสติ๊กเกอร์เล็ก...ใหญ่สำคัญไหม?

ถ้าจะพูดถึงเรื่อง ของการสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์สินค้า อย่างแรกคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการกำหนดขนาดความต้องการก่อนลำดับต้นๆ

ด้วยเหตุผลที่ว่า เนื้อที่ของสติ๊กเกอร์เพียงพอต่อความต้องการที่จะใส่ในรายละเีอียดหรือเปล่า บางร้านค้า อาจต้องการแค่ใส่ Logo

เบอร์โทรเท่านั้น หรือบางร้านอาจต้องการบอกรายละเอียดของตัวสินค้ามากกว่าปกติ ถือว่าเป็นปัยจัยหลักในการเลือกขนาด

แต่ทั้งนี้ การทำสติ๊กเกอร์ก็เหมือนกับการโฆษณา บอกถึงชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อร้าน และเบอร์ติดต่อกลับหากสนใจสินค้านี้ในครั้งๆต่อไป 

 

15. ทำอย่างไร...ไม่เคยทำสติ๊กเกอร์

หลายท่านๆ อยากได้สติ๊กเกอร์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอย่างไร โดยเฉพาะขนาดของสติ๊กเกอร์ เราจะมาแนะนำการสั่งทำในวันนี้

ขั้นตอนแรก : ต้องถามก่อนว่าจะนำไปติดสินค้า เพื่อประโยชน์ และสื่อถืงอะไร

ขั้นตอนที่สอง : รายละเีอียดที่จะใส่ในสติ๊กเกอร์มีมากน้อยแค่ไหน

ขั้นตอนที่สาม: สรุปขนาดที่จะพิมพ์ว่าต้องการแนวไหน (ทรงชิ้นงานที่อยากได้)

คร่าวๆ ตามข้อมูลข้างต้น ก็จะได้สติ๊กเกอร์ตามที่ต้องการแล้วครับ

 

16. ข้อมูลที่ควรจะมีบนป้ายสินค้า สติ๊กเกอร์สินค้า ควรมีอะไรบ้าง?

บางครั้งคุณเคยสังเกตุไหมว่า...ป้ายบางชิ้นที่ติดสินค้ามาบางทีก็ไม่ได้บอกอะไรเลย

มีเพียงแต่ชื่อสินค้า หรือโลโก้สินค้า เท่านั้น  (แต่ผมจะบอกว่าทำได้ครับถ้า Brand)

สินค้านั้นติดตลาดแล้ว หรือพูดง่ายๆ ว่ามีคนรู้จักเยอะแล้ว แต่สำหรับร้านค้าเล็กๆ หรือ

ธุรกิจขนาดย่อมจะทำอย่างนั้นได้ไหม ในความคิดของผมคิดว่าทำได้ครับ เพียงแต่ว่า

แล้วลูกค้าจะได้อะไรบ้าง และจดจำได้แค่ไหน ผมในฐานะที่อยู่ในธุรกิจสิ่งพิมพ์มานาน

สิ่งหนึ่งที่ลูกค้าของผมเค้าอยากให้มีข้อมูลก็จะมี :-

1. ชื่อสินค้า และโลโก้สินค้า (เน้นๆ) เพื่อสร้างความจดจำในชื่อสินค้า

2. บอกรายละเอียดข้อมูลสินค้า เช่น ส่วนผสม-ส่วนประกอบ, อัตราส่วน, วิธีการใช้อย่างถูกต้อง

3. แหล่งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย สำคัญมากเพราะจะสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าได้มาก

4. ตรารับรองคุณภาพ (ถ้ามี) บางสินค้าอาจต้องใช้ทำให้ความมั่นใจมากขึ้น

5. ชื่อบริษัทของคุณ (บางร้านอาจลืมคิดไปว่าแค่ชื่อสินค้าก็เพียงพอแล้ว)

6. เบอร์โทรศัพท์ของคุณ (ลูกค้าสามารถโทรสอบถามตัวสินค้ากับคุณได้อีกทางหนึ่ง)

7. ชื่อเว็บไซต์ (ควรจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้า)

8. อีเมลล์บริษัท (สำคัญนะผมว่า และก็สะดวก ประหยัดเวลาได้มากเลยทีเดียว) 

9. ปริมาณ และราคาขาย (ควรจะใส่ไว้เพื่อป้องกันการขายเกินราคา) คร่าวๆ ก็จะมีประมาณนี้ครับผม 

 

17. สติ๊กเกอร์...เป็นอะไรที่มากกว่า....การโฆษณา

รู้หรือไม่....ว่าสติ๊กเกอร์ให้ประโยชน์อะไรได้บ้าง..สติ๊กเกอร์ ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่างๆ

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า....สติ๊กเกอร์สวยๆ ก็ทำให้เป็นอะไรที่น่าจดจำได้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะสติ๊กเกอร์สินค้า ...ไม่ใช่แค่ Logo สวยๆ อย่างเดียวที่ทำให้น่าจดจำ แต่สติ๊กเกอร์ที่ออกแบบมาสวยๆ น่ามองก็มีความสำคัญไม่ใช่น้อย

อย่าลืมนะว่า สินค้าทุกชนิดพูดไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรจะทำให้น่ามอง น่าสนใจ และบอกกับผู้บริโภค ก็คือตัวของผลิตภัณฑ์นั่นเอง ซึ่งต้องมีความโดดเด่น สวยงาม น่าจับต้องและน่าครอบครองเป็นจำของได้ในเวลาไม่กี่วินาที

ลองคิดดูนะครับ ว่าแบบสติ๊กเกอร์ มีอะไรที่มากกว่างานโฆษณาไหมครับ

 

18. เนื้อสติ๊กเกอร์ PVC แบบพื้นขาว-พื้นใส คือ?

ปกติเนื้อสติ๊กเกอร์ของ PVC จะมี 2 แบบ คือ :-

1. เนื้อ PVC แบบพื้นขาว : ซึ่งเป็นวัสดุที่มีพื้นสีขาว ทึบ เวลาพิมพ์งานลงไปบนพื้นผิวจะให้สีที่สดใสตามแบบ

ซึ่งหากแบบพิมพ์มีพื้นสีแดงทั้งหมด เวลาพิมพ์โดยใช้เนื้อ PVC พื้นขาว ก็จะถูกพิมพ์ทับเป็นสีแดงตามแบบเลย

ส่วนใหญ่ งานพิมพ์ลักษณะนี้จะเหมาะกับความสวยงามของแบบ สร้างความโดดเด่น สะดุดตา เห็นชัดเจนยื่งขึ้น

 

2. เนื้อ PVC แบบพื้นใส : เนื้อวัสดุนี้จะมีพื้นเป็นใส (มองทะลุผ่าน เหมือนแก้วน้ำใสๆ) เวลาพิมพ์งานลงบนพื้นผิวชนิดนี้

แบบที่ได้ก็จะเป็นเนื้อใส หากนำไปติดลงบนสินค้าที่มีพื้นเรียบๆ จะทำให้มองเห็นแบบงานเก๋ไก๋อีกแบบ จะเห็นงานนี้

ได้จากสินค้าประเภท เครื่องสำอางต่างๆ ทั่วไป

 

19. การเลือกใช้งาน Dicut ทรงไหนดีนะ?

การที่เลือกใช้ไดคัททรงสติ๊กเกอร์ ขึ้นอยู่กับแบบที่จะพิมพ์และต้องคำนึงถึงตัวสินค้าด้วยว่ามีรูปแบบทรงแบบไหน

เพราะบางครั้งงานบางชิ้นไม่จำเป็นต้องไดคัทแตกต่างมากก็สร้างความแตกต่าง น่ารักได้แล้ว หรือบางรายอาจมี

ตัวสินค้าที่คิดว่าน่าจะลบมุมที่มีปัญหาของตัวสินค้าได้ ก็จะใช้งานไดคัทแปลกๆ แทนการไดคัททรงพื้นฐานก็ได้

เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

 

20. คุณสมบัติของเนื้อวัสดุ PVC

เนื้อวัสดุ PVC มีคุณสมบัติกันน้ำ กันแดด ไม่หลุดลอกง่าย  เนื้อกาวเหนียวทน

ซึ่งเนื้อเป็นพลาสติก บาง และมีความมันเงา ให้งานพิมพ์สวยสด สะดุดตา

กำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกอย่าง

21. ข้อดีของการใช้หมึกพิมพ์แท้ จากโรงงานผู้ผลิต

ด้วยประสบการณ์งานพิมพ์ของทางร้านฯ ที่ใช้หมีกพิมพ์แท้จาก Roland ทำให้ได้งานคุณภาพสีที่สวยงาม สีดูสดใหม่อยู่เสมอ

และทุกๆ รอบที่นำมาสั่งพิมพ์แบบเดิม (จะได้สีที่เหมือนเดิม) และทนต่อแสงแดด และทนน้ำได้เป็นอย่างดี ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

ตามระยะเวลาของสี ซึ่งปกติ หมึกสีแท้ในระบบพิมพ์ inkjet จะมีอายุการใช้งานถึง 20 ปี เลยทีเดียว และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ทาง Roland ก็ได้มีกระบวนการผลิตสีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถนำไปใช้งานโรงพยาบาลได้อีกด้วย นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่

ของการสร้างสรรค์สีหมึกพิมพ์ไปอีกระดับ

22. พิมพ์ฉลากสินค้าด้วยงานพิมพ์ 1 สี และ 4 สี ราคาต่างกันมากไหม

การพิมพ์ฉลากสินค้า เมื่อเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์ ดำเนินขั้นตอนการจัดพิมพ์ จะมีกลไกในการทำงานด้วยการลงหมึกทุกตลับ (ลงสีทุกสี) ในการขับเคลื่อนในการสั่งพิมพ์ ซึ่งหากมีการสั่งพิมพ์โดยใช้หมึกสีดำเพียง 4 สี กลักหมึกจะสั่งให้หมึกทุกสีทำงานไปพร้อมๆ กัน แต่การลงสีอะไรนั้น อยู่ที่ไฟล์แบบที่ลูกค้าสั่งพิมพ์ค่ะ

 เช่น ไฟล์แบบลูกค้า พื้นสีขาวตัวหนังสือสีดำ อย่างเดียวไม่มีสีอื่นผสมอยู่เลย เครื่องพิมพ์ก็จะพิมพ์สีดำออกมาสีเดียว แต่กลักหมึกทุกตลับ จะทำงานพร้อมกันทุกครั้งที่เครื่องพิมพ์กำลังจัดพิมพ์คะ

 ดังนั้น ไม่ว่าจะพิมพ์งาน 1 สี หรือ พิมพ์งาน 4 สี ราคาก็จะไม่ต่างกันค่ะ  (ขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์แต่ละยี่ห้อ ด้วยคะ

 

23.  ฉลากสินค้า คือ อะไร (What is label product?)


ฉลากสินค้า ในมุมมองของตัวเอง ก็คือ การสร้างสรรค์ลวดลายลงบนสติ๊กเกอร์ โดยใส่ข้อมูลที่เป็นข้อมูลสำคัญของสินค้านั้นๆ 
แล้วปรุงแต่งสินค้านั้นๆ ให้ดูมีความน่าสนใจ น่าซื้อ โดยมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างประกอบกัน 

การทำฉลากสินค้า ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ข้อมูลได้มาจากที่ไหน ได้มาได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องมาจากสิ่งที่เป็นข้อมูลจริง การจะเริ่มทำฉลากสินค้า จะเกิดจากมีสินค้าที่จะขายแล้ว โดยสิ่งที่เราจะทราบคือ สินค้าที่จะขายนั้นเป็นสินค้าอะไร ให้ประโยชน์อะไรบ้างกับกลุ่มคนซื้อ สิ่งเหล่านี้ล้วนประกอบอยู่บนฉลากสินค้าทั่วไปเห็นได้ตามท้องตลาด

การทำฉลากสินค้าควรกำหนดสีพื้นหลังของงานออกแบบให้ชัดเจน และเลือกสีที่ดูเข้ากับสินค้าที่เราจะขาย เพื่อสร้างความจดจำ
และดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

Visitors: 5,958,331